Type Pool 2019-03-13T11:00:04+00:00

สระว่ายน้ำ มีกี่ประเภท ? มีวัสดุอะไรบ้าง ? โดยสวัสดีพูล



tile-sawasdeepool-รับออกแบบ-ก่อสร้าง-สระว่ายน้ำ-800-515

1. สระว่ายน้ำกระเบื้อง

สระแบบคอนกรีตแบบกระเบื้อง นิยมมากที่สุดในประเทศไทย สีสันสวยงาม มีผิวที่มันวาวเคลือบเงาจากกระเบื้อง และสามารถออกแบบรูปทรงสระว่ายน้ำได้ตามต้องการ


ข้อเสีย : สระว่ายน้ำประเภทนี้ พบปัญหาบ่อยในเรื่องของ ยาแนวหลุดร่อน ทำให้เกิดความคมของกระเบื้อง อาจจะบาดเท้า ได้ และปัญหาในเรื่องของการรั่วซึม ที่แก้ไขปัญหาได้ยาก

2. สระว่ายน้ำไฟเบอร์กลาส

สระแบบไฟเบอร์กลาส เป็นสระว่ายน้ำสำเร็จรูป ที่ประกอบสำเร็จเป็นรูปร่างมาจากโรงงาน  โครงสร้างวัสดุทำจากไฟเบอร์กลาสที่มี ความทนทาน แข็งแรง และมีน้ำหนักเบา ข้อดีข้อสระประเภทนี้ มีการติดตั้งได้รวดเร็ว สะดวก ใช้เวลาในการติดตั้งประมาณ 1-2 สัปดาห์ และที่สำคัญมีราคาที่ถูกกว่าสระว่ายน้ำประเภทอื่น  ผิวเรียบเนียน สวยงาม สามารถเพิ่มออฟชั่นต่างๆได้ เช่น เครื่องว่ายทวนกระเเส สปา และจากุซี่


ข้อเสีย : สระว่ายน้ำไฟเบอร์กลาส  เนื่องจากเป็นสระว่ายน้ำสำเร็จรูป ทำให้มีขนาดสระว่ายน้ำที่ตายตัว เช่น ขนาด กว้าง 3.5 x ยาว 6 x ลึก 1.2 เมตร ทำให้เป็นข้อจำกัดของสระ

liner-sawasdeepool-รับออกแบบ-ก่อสร้าง-สระว่ายน้ำ-800-515

3. สระว่ายน้ำพีวีซีไลเนอร์

สระว่ายน้ำแบบพีวีซีไลเนอร์ นวัตกรรมใหม่ของสระว่ายน้ำ ที่ทำมาจากวัสดุ พีวีซีไลเนอร์ มีคุณสมบัติพิเศษ ทนต่อเเสงเเดด ทนต่อสารเคมี ปัจจุบันในบ้านเราเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นสำหรับสระว่ายน้ำพีวีซีไลเนอร์  เพื่อใช้ทดแทน สระว่ายน้ำกระเบื้องที่มีปัญหา ในเรื่องของการหลุดร่อนของกระเบื้อง และยาแนว ทำให้เกิดความคมของกระเบื้อง ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผู้เล่นน้ำ เช่น กระเบื้องบาดเท้า  พีวีซีไลเนอร์จึงเริ่มเข้ามาเเทนทีกระเบื้องเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ คุณสมบัติของพีวีซีไลเนอร์ มีผิวสัมผัสที่นุ่มเมื่อเดินอยู่ในน้ำ  มีสีสันให้เลือกที่หลากหลาย ที่สำคัญตัววัสดุพีวีซีไลเนอร์ รับประกันยาวนานถึง 10 ปี ในฝั่งยุโรปสระว่ายน้ำที่ใช้ พีวีซีไลเนอร์ มีมากกว่าร้อยละ 60 ของสระ


ข้อเสีย : สระว่ายน้ำพีวีซีไลเนอร์ กรณีมีวัตถุที่มีความแหลมคม มาขีดข่วนหรือกระทบกระเเทก บริเวณแผ่นพีวีซีไลเนอร์ อาจทำให้ฉีกขาดและทำให้เกิดน้ำรั่วในสระได้



ระบบสระว่ายน้ำ มีกี่ระบบ? มีอะไรบ้าง? โดยสวัสดีพูล

system-sawasdeepool-รับออกแบบ-ก่อสร้าง-สระว่ายน้ำ-11


1.ระบบสระว่ายน้ำแบบสกิมเมอร์

ระบบสระว่ายน้ำแบบสกิมเมอร์ คือ สระว่ายน้ำที่มีระดับน้ำต่ำกว่าขอบสระว่ายน้ำประมาณ 10 – 15 เซนติเมตร มีช่องรับน้ำที่เรียกว่า ช่องสกิมเมอร์[Skimmer] ทำหน้าที่รับน้ำจากในสระว่ายน้ำ และใหลวนมาเข้าหน้าปั๊มน้ำ[Pump] ผ่านเข้าสู่ระบบกรอง[Filter] -> วนไปต่อระบบฆ่าเชื้อ [Salt Machine]และวนออกหัวจ่ายน้ำ[Inlet] เข้าสระว่ายน้ำ โดยวนเวียนน้ำตามเวลาที่ตั้งไว้เพื่อบำบัดน้ำภายในสระว่ายน้ำ



2.ระบบสระว่ายน้ำแบบน้ำล้น

ระบบสระว่ายน้ำแบบน้ำล้น คือ สระว่ายน้ำที่มีระดับน้ำไหลล้นออกจากขอบสระว่ายน้ำ และมีร่องรับน้ำ[Overflow] เป็นร่องรับน้ำอยู่รอบสระว่ายน้ำหรือบ้างด้านของสระว่ายน้ำ และจะต้องมีเเทงค์สำรองน้ำ[Surge Tank] อีก 1 ที่ สำหรับรับน้ำจากร่องรับน้ำ[Overflow] เข้ามาเก็บไว้ในเเทงค์ จากนั้นปั๊มน้ำ[Pump]จะดูดน้ำจากเเทงค์มาหน้าปั๊มน้ำ ผ่านเข้าสู่ระบบกรอง[Filter] -> วนออกผ่านระบบฆ่าเชื้อ[Salt Machine] และวนออกหัวจ่ายน้ำ[Inlet] เข้าสระว่ายน้ำ จนครบระบบการบำบัดน้ำ

system-sawasdeepool-รับออกแบบ-ก่อสร้าง-สระว่ายน้ำ-12

ระบบกรองสระว่ายน้ำ มีกี่แบบ? มีอะไรบ้าง? 

1.ระบบกรองผ้า

ระบบกรองผ้า Diatomaceous Earth หรือ D.E.Filter เป็นผ้ากรองที่มีใยผ้าขนาดเล็กมากมีความละเอียดมาใช้ในการกรองและสามารถกรองน้ำถึง 2-5 ไมครอนเมตร ซึ่งระเอียดมากที่สุดในระบบกรองในแต่ละชนิด

ข้อดี: ของระบบกรองนี้ สามารถกรองได้ละเอียด ทำให้น้ำในสระว่ายน้ำใสสะอาดได้รวดเร็ว

ข้อเสีย: ผ้ากรองจะมีพื้นที่ในการกรองน้อย 1-2 gpm/ft2 เมื่อบำบัดน้ำในสระว่ายน้ำจะทำให้ผ้ากรองอุดตันได้ง่าย และต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง วิธีการทำความสะอาดถังกรองผ้า  ต้องถอดผ้าถังกรอง จากนั้นถอดชุดผ้ากรองในถังออกมาล้างน้ำสะอาดด้านนอก หลังจากนั้นก็ใช้ผงกรองเคลือบผ้ากรองอีกครั้ง ก่อใส่กลับที่เดิม จะเห็นได้ว่ามีหลายขั้นตอนในการทำความสะอาดทำให้เกิดความยุ่งยากในการทำความสะอาดถังกรองแต่ละครั้ง



2.ระบบกรองแบบกระดาษ

ระบบกรองแบบกระดาษ Cartribge Filter ระบบกรองแบบกระดาษจะมีไส้กรองอยู่ในถังกรอง ไส้กรองแบบกระดาษจะมีความระเอียดรองมาจากระบบกรองแบบผ้า ซึ่งมีความละเอียดในการกรองประมาณ 15 – 25 ไมครอนเมตร

ข้อดี: ของระบบกรองนี้ สามารถกรองได้ละเอียด ทำให้น้ำในสระว่ายน้ำใสสะอาดได้รวดเร็วเช่นเดียวกัน ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว

ข้อเสีย: ขอระบบนี้ยิ่งมีพื้นที่ในการกรองน้อยระบบผ้า 0.375-1 gpm/ft2 ยิ่งทำให้การทำความสะอาดถังกรองบ่อยมากขึ้น และไส้กรองแบบผ้ามีการฉีกขาดได้ง่าย อาจต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยครั้ง



3.ระบบกรองทราย

ระบบกรองด้วยทราย (Sand filter) เป็นระบบที่นิยมมากสุดในปัจจุบัน  มีการใช้งานอย่างเเพร่หลายทั้งสระว่ายน้ำขนาดเล็กและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ความละเอียดในการกรองจะประมาณ 20-50 ไมครอนเมตร

ข้อดี: ของระบบกรองนี้ ดูแลรักษาง่าย และทำความสะอาดง่าย จะใช้มัลติพอร์ตวาล์วในการหมุนตามฟังชันต์ต่างๆเพื่อใช้ในการทำความสะอาดถังกรองและบำบัดน้ำ หลักๆจะมีโหมดดังนี้ โหมด Backwash (ทำความสะอาดถังกรอง), โหมด Rinse (จัดเรียงทรายในถังกรอง),โหมด Filler (กรองน้ำในสระ), โหมด Circulation (ให้น้ำไหลวนไม่ผ่านการกรอง), โหมด Waste (น้ำทิ้ง) และ โหมด Closed (ปิดการไหลของน้ำทั้งหมด)

ข้อเสีย: ของระบบนี้ค่อยข้างน้อยเมื่อเทียบกับระบบกรองอื่น อาจจะใช้เวลาในการเริ่มต้นบำบัดให้น้ำใสช้ากว่าระบบกรองอื่น และหากไส้กรองชำรุดอาจทำให้ทรายไหลเข้าสระว่ายน้ำได้

ระบบฆ่าเชื้อโรคในสระว่ายน้ำ มีกี่แบบ? มีอะไรบ้าง? 

1.ระบบเกลือ ( Salt Chlorinator )

สระว่ายน้ำระบบเกลือ ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นระบบที่ดูแลรักษาง่ายและค่าใช้จ่ายในการให้ซื้อสารเคมีต่ำ โดยการใช้งานระบบจะต้องเติมเกลือให้มีค่าเกลือในน้ำประมาณ 3000 – 5000 ppm ขึ้นอยู่กับเครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือแต่ละยี่ห้อ เครื่องเกลือจะทำงานโดยแยกสารสกัดน้ำเกลือที่ไหลผ่านกระบอกเซลล์เกลือเป็นคลอรีนและกระจายไหลเข้าสระว่ายน้ำเพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ



2.ระบบคลอรีน ( Chlorine )

ระบบคลอรีน ( Chlorine ) จะใช้คลอรีนในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำโดยตรง คลอรีนที่ใช้จะมีหลายรูปแบบ เช่น คลอรีนน้ำ 10% คลอรีนผง 90% และคลอรีนก้อน 90% สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมและการออกแบบระบบ  เนื่องด้วยการจ่ายคลอรีนโดยตรงเข้าสู่สระว่ายน้ำอาจทำให้เคมีในน้ำมีความเข้มข้น ทำให้เด็กหรือคนที่ผิวบางเกิดอาการเเสบคัน หรือที่เรียนกว่า อาการเเพ้คลอรีน ทำให้ระบบนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควรในปัจจุบัน